บทความที่ได้รับความนิยม
-
ใช้ CorelDRAW ออกแบบพิมพ์นามบัตร อันนี้เราลงทุนด้วยอุปกรณ์ง่ายๆอีกเช่นกัน สิ่งที่เราจะต้องมีคือ เครื่องพิมพ์ และตัดด้วยคัทเตอร์ ถ้างานมา...
-
ว่าด้วยเรื่องของเส้น บทที่4.1 เส้นและการปรับแต่งเส้น บทที่4.2 เส้นและการปรับแต่งเส้น(ปุ่มพิเศษ) http://youtu.be/_TNpelmDwvI...
-
วิธีวาดเทียน เริ่มจาก แสงเทียน เราวาดวงรีสองอัน ซ้อนกัน อันนอกลงสีดำแบบใส50เปอร์เซนต์ อันในลงสีเหลืองแบบใส 50เปอร์เซนต์ แล้ว BLEND เ...
-
thailand corelDRAW USER เผยแพร่โดย Narong Chai · 26 กรกฎาคม 2014 · *****สารพันปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสี****** เพื่อนสมาชิก เคยเกิดปัญหาแบบนี้...
-
ตัวอย่างการดร๊าฟภาพลายเส้น เราใช้วิธีวาดเป็นส่วนๆ โดยใช้เส้นขนาดเดียวกัน แล้วแปลงเส้นเป็น Object ทำให้เส้นคู่ของงานที่เราดร๊าฟมีขนาดเท่า...
-
วิธีวาด ออกแบบมีดด้วย CorelDRAW เป็นวิดีโอสอนวิธีทำทั้งหมด5ตอนตามนี้ครับ ...
-
เรามาลองทำภาพ จิ๊กซอ ด้วย CorelDRAW กันน่ะครับ มีคนทำเป็น โปรแกรม ตัดภาพแบบ จิ๊กซอ ออกขายด้วยน่ะครับ แต่ว่าเราใช้ CorelDRAW ทำเองได้ตั้งแต...
-
ทำป้ายสติกเกอร์แบบตัดด้วยมือโดยใช้ CorelDRAW ออกแบบลาย ตัด เราลงทุนด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ และตัดด้วยคัทเตอร์ ก็สามารถทำเป็นป้าย สติกเกอร์...
-
PICK TOOL 1.Pick tools เครื่องมือตัวนี้จะใช้ในการ -จับ, แตะ, เพื่อเลือกว่าจะทำงานกับ วัตถุชิ้นไหน (select) -คลิ๊กเลือกที่วั...
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2563
สารพันปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสี
thailand corelDRAW USER
เผยแพร่โดย Narong Chai · 26 กรกฎาคม 2014 ·
*****สารพันปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสี******
เพื่อนสมาชิก เคยเกิดปัญหาแบบนี้ไหมครับ
-ทำไมCorelDRAWสีซีด
-ทำไมสีที่พิมพ์ไม่เหมือนกับหน้าจอ
-ทำไมเปิดจอคนอื่นสีไม่เหมือนที่บ้าน
-ทำไมเปลี่ยนCorelDRAW เวอร์ชั่นใหม่แล้วสีไม่เหมือนเดิม
-ทำไมพาเลดสีตุนๆ
-ทำไมใส่ค่า c0m0y0k0 พิมพ์ออกมาเป็นสีเทาๆ ทั้งที่ควรจะเป็นขาว
-ทำไมดูที่หน้าจอสวยพอ Export ไปสีเปลี่ยนหมด
มีเรื่องเกี่ยวกับสีที่หลายคนยังไม่รู้ว่า อุปกรณ์ เครื่องมือเทคโนยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง เครื่องสแกน จอภาพ เครื่องพิมพ์ ล้วนมีความเพี้ยนของสีในตัวเอง ค่าสีแดง R 255 G 0 B 0
หรือ C 0 M100 Y100 K0 ควรจะ ถ่ายภาพ สแกน พิมพ์ โชว์ออกหน้าจอ ควรจะเป็นสีแดงเหมือนกันใช่ไหมครับ แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น สีแดงที่เราเห็นจากอุปกรณ์เหล่านั้นอาจเป็นแดงเฉดอื่น ไม่ใช่แดงเหมือนกัน ทำให้ต้องมีระบบจัดการเกี่ยวกับสีขึ้นมา เรียกว่า "Color Management System" เพื่อปรับจูน ให้อุปกรณ์ทุกชิ้น กลับสู่มาตราฐานเดียวกัน ( จริงๆแล้วยังมีหลายมาตราฐานอีก ขึ้นอยู่ว่าจะกลับสู่มาตราฐานไหน) ก็จะทำเป็น โปรแกรม โดยโปรแกรมที่ว่าจะผลิต สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก เฮ้ยไม่ใช่ เรียกว่า Profile สี ไอ้ตัวนี้แหละคือตัวปัญหาที่ทำให้สีCorelDRAW ไม่เหมือนชาวบ้าน (แต่ก็มีวิธีจัดการกับมันได้ครับ อ่านต่อไป)
****************************
เนื่องจากตั้ง Profile สีคนล่ะตัว เลยสีออกมาไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเทียบเคียงให้ฟังว่า เช่นคนตัวเล็กใส่เสื้อเบอร์ S ถอดเสื้อไปให้คนตัวใหญ่ มันจะใส่ได้ไหมล่ะครับ Profile สีก็เหมือนกัน มันถูกออกมาให้ใช้เฉพาะตัว ถ้าเราศึกษาเรื่อง "Color Management System" เราจะเข้าใจ
CorelDRAWเอง จะตั้ง เป็น "Generic RGB Profile" ทำให้ export มาแล้วไปเปิดด้วยโปรแกรมอื่น ซึ่งใช้ Profileอื่น สีจึงดูซีดๆ
ให้เราตั้งค่าใหม่ เป็น S RGB หรือ Adobe RGB ก็ได้ครับ จะได้เป็นสีที่เราคุ้นเคย(ที่เรียกว่าสดใส)
// ไม่ว่าโปรแกรมอะไรเขา ก็มี Profile ประจำตัวมันครับ ไม่ว่าคุณทำด้วยโปรแกรมอะไรเวลามาเปิดที่โปรแกรมเค้า เขาก็จะเปิดด้วย Profile ที่โปรแกรมนั้นใช้อยู่ ทำให้เพี้ยนไปจาก โปรแกรมที่ในในการสร้างfileนั้นขึ้นมา แต่ก็มีระบบ ฝัง Profileสี ลงบนfile ด้วย โปรแกรมที่สนับสนุนการฝังProfileสี ก็จะขึ้นกรอบมาถามว่า คุณต้องการจะใช้Profile ที่ฝังมาด้วยไหม แต่ก็อีกนั้นแหละ มันมีปัจจัยเกี่ยวข้องอย่างอื่นอื่น เช่นจอไม่ได้คาริเบท ทำให้โชว์สีไม่เหมือนต้นฉบับอยู่ดี เลยไม่ได้รับความนิยมกัน(ที่จริงไม่รู้จัก) //// สีแค่ใกล้เคียงกันครับ แต่ก็ไม่เหมือนกันครับ เพราะมันปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง จึงต้องอ่านและศึกษาเรื่อง Color Management Systemจะทำให้คุณเข้าใจมากขึ้น ย้ำอีกแหละ (ยอมรับในชะตากรรม) ///
ส่วนการพิมพ์ ก็ต้องคาริเบตเครื่องพิมพ์ ครับจึงได้สีที่ตรงมาตราฐาน ซึ่งมาตราฐานที่ว่า ก็ยังมีหลายมาตราฐานอีกอย่างที่บอก สำหรับคนที่ซีเรียดเรื่องสี จริงๆ จึงทำให้ต้องมี "pantone แพนโทน" คือแผ่นตารางสี ที่เค้าขายกันเป็นเล่มๆ ที่ให้คนสามารถคุย กันได้ว่า พิมพ์สีเบอร์นี้ เบอร์นั้นน่ะ (pantoneจากบริษัทเดียวกัน)ก็จะได้ค่าสีที่ตรงตามต้องการจริงๆ (เพี้ยนน้อย) สีPantone ในจอคอมเชื่อถือไม่ได้น่ะครับ เพราะว่าสีจะเปลี่ยนไปตามสภาพจอ ของแต่ล่ะคน ในCorelDRAW ก็มี พาเลดสี Pantoneให้เลือกใช้ครับ แต่ว่าใช้ได้แค่ระบุเบอร์สีเท่านั้น เอามาเทียบสีจริงไม่ได้ครับ 1.ดูก็เพี้ยนเพราะจอ และ2.พิมพ์ก็เพื้ยนเพราะเครื่องพิมพ์และหมึก
ตัวบริษัทที่ผลิตเครื่องพิมพ์ ขึ้นมาเค้าก็พยายาม คาริเบทสีเครื่องพิมพ์ ก่อนออกจากโรงงาน
ทำให้มี Profile ประจำเครื่องพิมพ์ที่ติดตั้ง ตอนเราลง Driver เครื่องพิมพ์ ด้วย
แต่CorelDRAW ก็ไม่ได้เลือกใช้มัน เพราะว่าตอนติดตั้ง CorelDRAW ใช้ Printer Profile ชื่อ "Generic CMYK printer Profile" เราต้องแก้ไขโดย เปลี่ยน Profile printer เป็นProfileชื่อเครื่องพิมพ์นั้นๆ เช่นผมใช้ Epson R230 ในดร๊อบดาวน์ริสก็จะมี ชื่อ Epson-StylusPhotoR220 R230 series ให้เลือกในโปรแกรม CorelDRAW ด้วย
เมื่อใช้ profile นี้พิมพ์สีก็จะตรงมากขึ้น (แต่สู้การคาลิเบทเครื่องพิมพ์ไม่ได้เพราะจะให้สีตรงกว่า แต่ใครแคร์ล่ะ อิอิ ก็เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์ ราคาหลายตังเหมือนกัน ใช้ตัวที่มีอยู่ดีกว่า)
***********************************************************
คราวนี้มาถึงกระบวนการแก้ไขProfileสี แบ่งผู้คนเป็นสามแบบน่ะครับ ลองดูว่าเราตรงกับแบบไหน
1.ถ้าคุณไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสีเลย แล้วก็ใช้ชีวิตปรกติ ร่วมกับ CorelDRAW มาตลอด ปรกติดี
โดยไม่รู้จักคำว่า Profile เลย ขออย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปเปลี่ยนค่าใดๆ
เพราะไม่เช่นนั้น งานเก่าๆของคุณ สีจะเปลี่ยนไปจากเดิมหมด ชีวิตคุณจะยุ่งยากขึ้น จงลืมมันซะ
2.คุณเพิ่งเริ่มหัด แล้วก็มีปัญหา CorelDRAWสีซีด export แล้วเพี้ยน
หรือว่าทำมาแล้วมีปัญหาเรื่องสีตลอด และไม่มีตังจะซื้อเครื่องคาลิเบทหน้าจอ+เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์
ให้ตั้งค่า Profile สีในโปรแกรม CorelDRAWใหม่โดย
หากใช้ตั้งแต่ เวอร์ชั่น X4 ลงไป
ดูที่เมนูบาร์กด Tool-Color Management
ตรงกลางตั้ง : Adobe-RGB (1998)
เครื่องพิมพ์ตั้ง : ชื่อเครื่องพิมพ์ที่เราใช้
จอภาพตั้ง : Adobe-RGB (1998)
ลบเส้นเชื่อมโยงออกให้หมด (คลิ๊กที่เส้นสีส้มมันจะดับไป)
หากใช้ เวอร์ชั่น X5 X6 X7
กดเลือกตอนเข้าหน้าโปรแกรม
กด new แล้วมันจะมีกรอบขึ้นมา ในส่วนของ Color Settings
Rgb Profile ตั้ง Adobe RGB(1998) หรือ profile ชื่อ Printer ที่คุณใช้
Cmyk Profile ตั้ง Photoshop 5 CMYK
หากเป็น file เก่าๆ เปิดมาแล้วอยากแก้ไขสี
ดูที่เมนูบาร์กด Tool-Color Management
เลือก Ducument Settings แล้วตั้ง
Rgb Profile ตั้ง Adobe RGB(1998) หรือ profile ชื่อ Printer ที่คุณใช้
Cmyk Profile ตั้ง Photoshop 5 CMYK
อย่าถามว่าทำไมผมให้ตั้งแบบนี้ คือเรื่องนี้ไม่ได้อยากเย็นแสนเข็นอะไรน่ะครับ
เราแค่เลือกแล้ว พิมพ์ดู Exportไฟล์ดู เปรียบเทียบเองระหว่างแบบที่เราเลือกใช้
แล้วก็ดูผลของมัน ว่าเราพอใจมั้ย
ไม่พอใจก็เลือกProfileตัวอื่นดู
จนเจอprofileที่ถูกใจคุณ คือใช้เท่าที่มี มีเท่าที่ใช้
สาเหตุที่บอกใช้ Adobe RGB ก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่ใช้แบบนั้นไงครับ เป็นช่วงสีที่เราคุ้นเคย
3.แบบคนมีกะตัง แหมสำหรับคนมีตังทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดครับ
แต่ว่าก็อยากให้ศึกษาให้เข้าใจเรื่อง "Color Management System"
ก่อนที่จะซื้อ เครื่องคาลิเบทหน้าจอ+เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์
สองอย่างนี้ราคาหลายหมื่นอยู่ รวมถึงจอภาพอย่างดี ที่มีราคาแพงด้วยแล้ว คุณ....อาจเสียเป็นแสน
เพียงเพราะอยากให้สีมาตราฐาน มาตราฐานใครก็ไม่รู้
แต่ถ้ามีตังเหลือใช้ ก็ซื้อครับ
หมายเหตุ : ผิดตกยกเว้น
ขอให้มีความสุขกับ CorelDRAW ครับ
แอดมิน R2
ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน
4
จำนวนคนที่เข้าถึง
0
จำนวนการมีส่วนร่วม
114คุณ และคนอื่นๆ อีก 113 คน
ความคิดเห็น 26 รายการแชร์ 33 ครั้ง
thailand corelDRAW USER
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น
แชร์
ความคิดเห็น
ที่เกี่ยวข้องที่สุด
thailand corelDRAW USER
แสดงความคิดเห็นในชื่อ thailand corelDRAW USER
Suphakit Rattanakornchinda
Suphakit Rattanakornchinda ละเอียดยิบ ขอบคุณครับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 5 ปี
บีเอสเอบางแสน ทำป้ายทุกชนิดกำลังใช้งาน
บีเอสเอบางแสน ทำป้ายทุกชนิด ขอบคุณคับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 5 ปี
Thawarach Charoenwet
Thawarach Charoenwet อาจารย์อธิบาย เข้าใจง่ายมากเลย เห็นเป็นภาพเลย ครับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 5 ปี
thailand corelDRAW USER
ผู้เขียน
thailand corelDRAW USER เครื่องคาริเบตเครื่องพิมพ์ เป็นอย่างไร กดดูตามลิงค์นี้ครับ http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=54773
แล้วก็เอา Prinfix Pro มาฝาก
thaidphoto.com
แล้วก็เอา Prinfix Pro มาฝาก
แล้วก็เอา Prinfix Pro มาฝาก
ถูกใจ
· ตอบกลับ · แสดงความคิดเห็นโดย Narong Chai · ลบภาพตัวอย่างออก · 5 ปี
Worrasak Poompuangkiat
Worrasak Poompuangkiat ขอบคุณครับอาจารย์...มีประโยชน์มากเลยครับสำหรับผม เคยมีปัญหาเรื่องสีเพี้ยน เลยลองศึกษาจากเว็บหลายเว็บรวมทั้งของอาจารย์ที่เคยโพส แล้วปรับดู ใช้เวลาอยู่นาน อาจจะไม่เหมือนเป๊ะแต่สีก็ออกมาใกล้เคียงสุด ...แล้วโพสนี้ อาจารย์บอกรายละเอียดได้ยิบเลย...ขอบคุณมากครับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี
Nichapa Nhong Sakulphon
Nichapa Nhong Sakulphon ขอบคุณค่ะ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี
thailand corelDRAW USER
ผู้เขียน
thailand corelDRAW USER เครื่องคาริเบตหน้าจอเป็นอย่างไร https://youtu.be/FCh5F2FaZpg
Calibrate Monitor with Eye-One Display 2 Part I
youtube.com
Calibrate Monitor with Eye-One Display 2 Part I
Calibrate Monitor with Eye-One Display 2 Part I
ถูกใจ
· ตอบกลับ · แสดงความคิดเห็นโดย Narong Chai · ลบภาพตัวอย่างออก · 5 ปี
D'Don Mc'Liner
D'Don Mc'Liner แล้วคลิกตรงใหน ถึง เจอล่ะคับ ไอ Color Proof Setting คับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 5 ปี
ตนทำป้าย ครับ
ตนทำป้าย ครับ ของผมใช้ x6 ค่านี้ไม่มีให้เลือกอะครับ ...Cmyk Profile ตั้ง Photoshop 5 CMYK
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี
การตอบกลับ 1 รายการ
วิริทธิ์พล ผาจิระวัฒนชาติ
วิริทธิ์พล ผาจิระวัฒนชาติ ขอคาราวะเลยครับ....สุดจริงๆครับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี · แก้ไขแล้ว
thailand corelDRAW USER
ผู้เขียน
thailand corelDRAW USER อ่านแล้วยังไม่เข้าใจหรือยังสงสัยสอบถามได้ครับ ตั้งเป็นคำถามมาครับ ตอบได้ไม่ได้ก็ค่อยว่ากันอีกที่ จริงๆแล้วผมก็ยังไม่ลึกซึ้งเรื่องนี้ครับ แต่เอางานของเราเป็นหลักครับ ถ้าสวย และประหยัดตังได้ ก็คือจบ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · แสดงความคิดเห็นโดย Narong Chai · 6 ปี · แก้ไขแล้ว
มรกต แก้วกลางธรรม
มรกต แก้วกลางธรรม เวลาเซพ coreldraw เป็นไฟล์ ai แล้วไปเปิดใน อิลาส สีเพี้ยนและซีดมากๆครับ วิธีนี้แก้ได้ไหมครับ ขอบคุณครับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี · แก้ไขแล้ว
การตอบกลับ 3 รายการ
Amnuay Rojanawipart
Amnuay Rojanawipart ได้ความรู้มากๆเลยครับ เดี๋ยวต้องลองตั้งค่าดูบ้าง งานเก่าๆจะเป็นไงช่างหัวมัน ค่อยแกทีหลังเอาค่าสีดีๆไว้ก่อน
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี
การตอบกลับ 1 รายการ
เอกพงษ์ โชติกมาศ
เอกพงษ์ โชติกมาศ ดีครับชอบจังครับ กะผมกำลังเจอะปัญหาอยู่เลย กับการแสดงผลของจอ LED LCD ของแต่ละยี่ห้อมันแสดงผลแตกต่างกัน
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี
มีการเลือกความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องมากที่สุด ดังนั้นการตอบกลับบางส่วนอาจถูกกรองออก
thailand corelDRAW USER
ผู้เขียน
thailand corelDRAW USER อันนี้ไม่เกี่ยวกับ Profile ครับ อันนี้ต้องทำการคาริเบทหน้าจอครับ ต่อให้เป็นรุ่นเดียวกันยี่ห้อเดียวกัน ก็อาจโชว์สีไม่เหมือนกันครับ ถ้าไม่ได้รับการคาริเบท คาริเบทแล้วอยู่ได้แค่ 3-6เดือน ขึ้นอยู่กับความแพงของจอ ต้องทำการคาริเบทใหม่อีกครับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · แสดงความคิดเห็นโดย Narong Chai · 6 ปี
ดูอีก 6 ข้อความตอบกลับ
แชท (106)
ปิด
thailand corelDRAW USER
เผยแพร่โดย Narong Chai
· 26 กรกฎาคม 2014 · มีการแก้ไข ·
*****สารพันปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสี******
เพื่อนสมาชิก เคยเกิดปัญหาแบบนี้ไหมครับ
-ทำไมCorelDRAWสีซีด
-ทำไมสีที่พิมพ์ไม่เหมือนกับหน้าจอ
-ทำไมเปิดจอคนอื่นสีไม่เหมือนที่บ้าน
-ทำไมเปลี่ยนCorelDRAW เวอร์ชั่นใหม่แล้วสีไม่เหมือนเดิม
-ทำไมพาเลดสีตุนๆ
-ทำไมใส่ค่า c0m0y0k0 พิมพ์ออกมาเป็นสีเทาๆ ทั้งที่ควรจะเป็นขาว
-ทำไมดูที่หน้าจอสวยพอ Export ไปสีเปลี่ยนหมด
มีเรื่องเกี่ยวกับสีที่หลายคนยังไม่รู้ว่า อุปกรณ์ เครื่องมือเทคโนยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง เครื่องสแกน จอภาพ เครื่องพิมพ์ ล้วนมีความเพี้ยนของสีในตัวเอง ค่าสีแดง R 255 G 0 B 0
หรือ C 0 M100 Y100 K0 ควรจะ ถ่ายภาพ สแกน พิมพ์ โชว์ออกหน้าจอ ควรจะเป็นสีแดงเหมือนกันใช่ไหมครับ แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น สีแดงที่เราเห็นจากอุปกรณ์เหล่านั้นอาจเป็นแดงเฉดอื่น ไม่ใช่แดงเหมือนกัน ทำให้ต้องมีระบบจัดการเกี่ยวกับสีขึ้นมา เรียกว่า "Color Management System" เพื่อปรับจูน ให้อุปกรณ์ทุกชิ้น กลับสู่มาตราฐานเดียวกัน ( จริงๆแล้วยังมีหลายมาตราฐานอีก ขึ้นอยู่ว่าจะกลับสู่มาตราฐานไหน) ก็จะทำเป็น โปรแกรม โดยโปรแกรมที่ว่าจะผลิต สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก เฮ้ยไม่ใช่ เรียกว่า Profile สี ไอ้ตัวนี้แหละคือตัวปัญหาที่ทำให้สีCorelDRAW ไม่เหมือนชาวบ้าน (แต่ก็มีวิธีจัดการกับมันได้ครับ อ่านต่อไป)
****************************
เนื่องจากตั้ง Profile สีคนล่ะตัว เลยสีออกมาไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเทียบเคียงให้ฟังว่า เช่นคนตัวเล็กใส่เสื้อเบอร์ S ถอดเสื้อไปให้คนตัวใหญ่ มันจะใส่ได้ไหมล่ะครับ Profile สีก็เหมือนกัน มันถูกออกมาให้ใช้เฉพาะตัว ถ้าเราศึกษาเรื่อง "Color Management System" เราจะเข้าใจ
CorelDRAWเอง จะตั้ง เป็น "Generic RGB Profile" ทำให้ export มาแล้วไปเปิดด้วยโปรแกรมอื่น ซึ่งใช้ Profileอื่น สีจึงดูซีดๆ
ให้เราตั้งค่าใหม่ เป็น S RGB หรือ Adobe RGB ก็ได้ครับ จะได้เป็นสีที่เราคุ้นเคย(ที่เรียกว่าสดใส)
// ไม่ว่าโปรแกรมอะไรเขา ก็มี Profile ประจำตัวมันครับ ไม่ว่าคุณทำด้วยโปรแกรมอะไรเวลามาเปิดที่โปรแกรมเค้า เขาก็จะเปิดด้วย Profile ที่โปรแกรมนั้นใช้อยู่ ทำให้เพี้ยนไปจาก โปรแกรมที่ในในการสร้างfileนั้นขึ้นมา แต่ก็มีระบบ ฝัง Profileสี ลงบนfile ด้วย โปรแกรมที่สนับสนุนการฝังProfileสี ก็จะขึ้นกรอบมาถามว่า คุณต้องการจะใช้Profile ที่ฝังมาด้วยไหม แต่ก็อีกนั้นแหละ มันมีปัจจัยเกี่ยวข้องอย่างอื่นอื่น เช่นจอไม่ได้คาริเบท ทำให้โชว์สีไม่เหมือนต้นฉบับอยู่ดี เลยไม่ได้รับความนิยมกัน(ที่จริงไม่รู้จัก) //// สีแค่ใกล้เคียงกันครับ แต่ก็ไม่เหมือนกันครับ เพราะมันปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง จึงต้องอ่านและศึกษาเรื่อง Color Management Systemจะทำให้คุณเข้าใจมากขึ้น ย้ำอีกแหละ (ยอมรับในชะตากรรม) ///
ส่วนการพิมพ์ ก็ต้องคาริเบตเครื่องพิมพ์ ครับจึงได้สีที่ตรงมาตราฐาน ซึ่งมาตราฐานที่ว่า ก็ยังมีหลายมาตราฐานอีกอย่างที่บอก สำหรับคนที่ซีเรียดเรื่องสี จริงๆ จึงทำให้ต้องมี "pantone แพนโทน" คือแผ่นตารางสี ที่เค้าขายกันเป็นเล่มๆ ที่ให้คนสามารถคุย กันได้ว่า พิมพ์สีเบอร์นี้ เบอร์นั้นน่ะ (pantoneจากบริษัทเดียวกัน)ก็จะได้ค่าสีที่ตรงตามต้องการจริงๆ (เพี้ยนน้อย) สีPantone ในจอคอมเชื่อถือไม่ได้น่ะครับ เพราะว่าสีจะเปลี่ยนไปตามสภาพจอ ของแต่ล่ะคน ในCorelDRAW ก็มี พาเลดสี Pantoneให้เลือกใช้ครับ แต่ว่าใช้ได้แค่ระบุเบอร์สีเท่านั้น เอามาเทียบสีจริงไม่ได้ครับ 1.ดูก็เพี้ยนเพราะจอ และ2.พิมพ์ก็เพื้ยนเพราะเครื่องพิมพ์และหมึก
ตัวบริษัทที่ผลิตเครื่องพิมพ์ ขึ้นมาเค้าก็พยายาม คาริเบทสีเครื่องพิมพ์ ก่อนออกจากโรงงาน
ทำให้มี Profile ประจำเครื่องพิมพ์ที่ติดตั้ง ตอนเราลง Driver เครื่องพิมพ์ ด้วย
แต่CorelDRAW ก็ไม่ได้เลือกใช้มัน เพราะว่าตอนติดตั้ง CorelDRAW ใช้ Printer Profile ชื่อ "Generic CMYK printer Profile" เราต้องแก้ไขโดย เปลี่ยน Profile printer เป็นProfileชื่อเครื่องพิมพ์นั้นๆ เช่นผมใช้ Epson R230 ในดร๊อบดาวน์ริสก็จะมี ชื่อ Epson-StylusPhotoR220 R230 series ให้เลือกในโปรแกรม CorelDRAW ด้วย
เมื่อใช้ profile นี้พิมพ์สีก็จะตรงมากขึ้น (แต่สู้การคาลิเบทเครื่องพิมพ์ไม่ได้เพราะจะให้สีตรงกว่า แต่ใครแคร์ล่ะ อิอิ ก็เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์ ราคาหลายตังเหมือนกัน ใช้ตัวที่มีอยู่ดีกว่า)
***********************************************************
คราวนี้มาถึงกระบวนการแก้ไขProfileสี แบ่งผู้คนเป็นสามแบบน่ะครับ ลองดูว่าเราตรงกับแบบไหน
1.ถ้าคุณไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสีเลย แล้วก็ใช้ชีวิตปรกติ ร่วมกับ CorelDRAW มาตลอด ปรกติดี
โดยไม่รู้จักคำว่า Profile เลย ขออย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปเปลี่ยนค่าใดๆ
เพราะไม่เช่นนั้น งานเก่าๆของคุณ สีจะเปลี่ยนไปจากเดิมหมด ชีวิตคุณจะยุ่งยากขึ้น จงลืมมันซะ
2.คุณเพิ่งเริ่มหัด แล้วก็มีปัญหา CorelDRAWสีซีด export แล้วเพี้ยน
หรือว่าทำมาแล้วมีปัญหาเรื่องสีตลอด และไม่มีตังจะซื้อเครื่องคาลิเบทหน้าจอ+เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์
ให้ตั้งค่า Profile สีในโปรแกรม CorelDRAWใหม่โดย
หากใช้ตั้งแต่ เวอร์ชั่น X4 ลงไป
ดูที่เมนูบาร์กด Tool-Color Management
ตรงกลางตั้ง : Adobe-RGB (1998)
เครื่องพิมพ์ตั้ง : ชื่อเครื่องพิมพ์ที่เราใช้
จอภาพตั้ง : Adobe-RGB (1998)
ลบเส้นเชื่อมโยงออกให้หมด (คลิ๊กที่เส้นสีส้มมันจะดับไป)
หากใช้ เวอร์ชั่น X5 X6 X7
กดเลือกตอนเข้าหน้าโปรแกรม
กด new แล้วมันจะมีกรอบขึ้นมา ในส่วนของ Color Settings
Rgb Profile ตั้ง Adobe RGB(1998) หรือ profile ชื่อ Printer ที่คุณใช้
Cmyk Profile ตั้ง Photoshop 5 CMYK
หากเป็น file เก่าๆ เปิดมาแล้วอยากแก้ไขสี
ดูที่เมนูบาร์กด Tool-Color Management
เลือก Ducument Settings แล้วตั้ง
Rgb Profile ตั้ง Adobe RGB(1998) หรือ profile ชื่อ Printer ที่คุณใช้
Cmyk Profile ตั้ง Photoshop 5 CMYK
อย่าถามว่าทำไมผมให้ตั้งแบบนี้ คือเรื่องนี้ไม่ได้อยากเย็นแสนเข็นอะไรน่ะครับ
เราแค่เลือกแล้ว พิมพ์ดู Exportไฟล์ดู เปรียบเทียบเองระหว่างแบบที่เราเลือกใช้
แล้วก็ดูผลของมัน ว่าเราพอใจมั้ย
ไม่พอใจก็เลือกProfileตัวอื่นดู
จนเจอprofileที่ถูกใจคุณ คือใช้เท่าที่มี มีเท่าที่ใช้
สาเหตุที่บอกใช้ Adobe RGB ก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่ใช้แบบนั้นไงครับ เป็นช่วงสีที่เราคุ้นเคย
3.แบบคนมีกะตัง แหมสำหรับคนมีตังทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดครับ
แต่ว่าก็อยากให้ศึกษาให้เข้าใจเรื่อง "Color Management System"
ก่อนที่จะซื้อ เครื่องคาลิเบทหน้าจอ+เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์
สองอย่างนี้ราคาหลายหมื่นอยู่ รวมถึงจอภาพอย่างดี ที่มีราคาแพงด้วยแล้ว คุณ....อาจเสียเป็นแสน
เพียงเพราะอยากให้สีมาตราฐาน มาตราฐานใครก็ไม่รู้
แต่ถ้ามีตังเหลือใช้ ก็ซื้อครับ
หมายเหตุ : ผิดตกยกเว้น
ขอให้มีความสุขกับ CorelDRAW ครับ
แอดมิน R2
product-tagแท็กสินค้า
pin
เพิ่มตำแหน่งที่ตั้ง
pencil
แก้ไข
114คุณ และคนอื่นๆ อีก 113 คน
ความคิดเห็น 26 รายการแชร์ 33 ครั้ง
thailand corelDRAW USER
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น
แชร์
ที่เกี่ยวข้องที่สุด
ความคิดเห็น
Suphakit Rattanakornchinda
Suphakit Rattanakornchinda ละเอียดยิบ ขอบคุณครับ
1
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 5 ปี
บีเอสเอบางแสน ทำป้ายทุกชนิดกำลังใช้งาน
บีเอสเอบางแสน ทำป้ายทุกชนิด ขอบคุณคับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 5 ปี
Thawarach Charoenwet
Thawarach Charoenwet อาจารย์อธิบาย เข้าใจง่ายมากเลย เห็นเป็นภาพเลย ครับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 5 ปี
thailand corelDRAW USER
ผู้เขียน
thailand corelDRAW USER เครื่องคาริเบตเครื่องพิมพ์ เป็นอย่างไร กดดูตามลิงค์นี้ครับ http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=54773
แล้วก็เอา Prinfix Pro มาฝาก
thaidphoto.com
แล้วก็เอา Prinfix Pro มาฝาก
แล้วก็เอา Prinfix Pro มาฝาก
ถูกใจ
· ตอบกลับ · แสดงความคิดเห็นโดย Narong Chai · ลบภาพตัวอย่างออก · 5 ปี
Worrasak Poompuangkiat
Worrasak Poompuangkiat ขอบคุณครับอาจารย์...มีประโยชน์มากเลยครับสำหรับผม เคยมีปัญหาเรื่องสีเพี้ยน เลยลองศึกษาจากเว็บหลายเว็บรวมทั้งของอาจารย์ที่เคยโพส แล้วปรับดู ใช้เวลาอยู่นาน อาจจะไม่เหมือนเป๊ะแต่สีก็ออกมาใกล้เคียงสุด ...แล้วโพสนี้ อาจารย์บอกรายละเอียดได้ยิบเลย...ขอบคุณมากครับ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี
Nichapa Nhong Sakulphon
Nichapa Nhong Sakulphon ขอบคุณค่ะ
ถูกใจ
· ตอบกลับ · ส่งข้อความ · 6 ปี
ดูอีก 8 ความคิดเห็น
thailand corelDRAW USER
แสดงความคิดเห็นในชื่อ thailand corelDRAW USER
วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556
วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556
วาดมีดแบบเหมือนจริงด้วย CorelDRAW
วิธีวาด ออกแบบมีดด้วย CorelDRAW เป็นวิดีโอสอนวิธีทำทั้งหมด5ตอนตามนี้ครับ
ตอนที่ 1
ตอนที่2
ตอนที่ 3
ตอนที่4
ตอนที่5
วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556
พิมพ์ รันno. รันรายชื่อ จาก excel เข้า CorelDRAW
ไฟล์อธิบายวิธีใช้งาน เป็นfile word พิมพ์ออกมาเป็นคู่มือการใช้งาน
http://www.mediafire.com/view/?q6jkyov8ykt6c8u
วิดีโอตัวอย่างการใช้งาน พิมพ์รันนัมเบอร์ใน CorelDRAW
https://www.facebook.com/photo.php?v=485359004832204
http://www.mediafire.com/view/?q6jkyov8ykt6c8u
วิดีโอตัวอย่างการใช้งาน พิมพ์รันนัมเบอร์ใน CorelDRAW
https://www.facebook.com/photo.php?v=485359004832204
วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555
การดร๊าฟเส้นต้องเข้าใจ เครื่องมือในการปรับแต่งเส้นก่อน
ว่าด้วยเรื่องของเส้น
บทที่4.1 เส้นและการปรับแต่งเส้น
บทที่4.2 เส้นและการปรับแต่งเส้น(ปุ่มพิเศษ)
http://youtu.be/_TNpelmDwvI"
บทที่4.3 เส้นและการปรับแต่งเส้น (ตอนจบ)
http://youtu.be/UHI9JmEn91Q
วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554
EPS เป็น เวกเตอร์หรือบิตแมป ? คำตอบก็คือ มันเป็นทั้งสองอย่างได้ ครับ ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้สร้างfile EPS นั้นๆ บางคนจึงสงสัยว่าทำไม บางครั้งimport เข้ามาใช้ใน CorelDARW จึงไม่สามารถแกะออกเป็นชิ้นๆ หรือเปลี่ยนสีได้ ดูวิดีโอนี้จะเข้าใจครับ สำหรับ file ผมมักจะเลือกเป็น นามสกุล WMF ครับ เพราะว่ามันเป็น เวกเตอร์แน่ๆ เป็นอย่างอื่นไม่ได้ อีก file ก็คือ CMX ซึ่งเป็น file ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนverion กัน ของ CorelDARW จะได้ไม่ต้องระบุเวอร์ชั่น ตอนเซฟ
วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
howlong
เป็นวิธี วัดความยาวของเส้นด้วย CorelDRAW ครับ ใช้ในกรณีทำป้ายไฟแล้วต้องการคำนวน
หาความยาวของสายหลอดไฟที่เราจะใช้งาน โดยใช้เส้นปะช่วย เพราะว่าเส้นปะ มีความห่าง
เท่ากันไม่ว่าจะโค้งเีอียงอย่างไร
การวัดให้หาในส่วนที่เป็นเส้นตรง วัดเป็นช่วงๆ จากเส้นทึบถึงเส้นปะวัดเป็น 1ช่วงแล้ว
นับว่ามีกี่อัน เอามาคูณกัน +กับเส้นปลายที่ขนาดไม่เท่ากับเส้นอื่นแล้วบวกเข้าไป
วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วิธีวาดรูปเทียน
วิธีวาดเทียน

เริ่มจาก
แสงเทียน เราวาดวงรีสองอัน ซ้อนกัน อันนอกลงสีดำแบบใส50เปอร์เซนต์ อันในลงสีเหลืองแบบใส 50เปอร์เซนต์
แล้ว BLEND เข้าหากัน 20สเตป
เปลวไฟ เราใช้วิธี วาดขึ้นมาให้เหมือนลักษณะ เปลวไฟ
แล้วก๊อบอีกอัน ย่อลง ไว้ด้านใน อันใน ลงสีขาว อันนอกลงสีเหลืองเข้ม
แล้ว BLEND เข้าหากัน 20สเตป
ไส้เทียนทำแบบ เปลวไฟ ลงสีส้มด้านใน และน้ำตาลด้านนอก
แล้ว BLEND เข้าหากัน 20สเตป
ตัวเทียนชั้นที่ 1วาดสี่เหลียม แล้วทำหัวให้มน ก๊อปอีกอัน ย่อลง นิดหน่อย
อันในลงสีเหลือง อันนอกลงสีส้ม แล้ว BLEND เข้าหากัน 20สเตป
(เพื่อเป็นขอบจางๆของตัวเทียน)
ตัวเทียนชั้นที่ 2-4วิธีทำเหมือนกัน วาดแล้วก๊อปปี้อีกอันแล้วดึงโหนดย่อลงมา
ลงสีตามภาพ
ชั้นที่2 ทำหน้าที่เป็น ตัวไล่ความเข้ม จากเหลืองมาส้ม
ชั้นที่3 ทำหน้าที่เป็นตัวไล่ความเข้ม เชื่อมกันระหว่างส้มกับน้ำตาล
ชั้นที่4 ทำหน้าที่ เป็นตัวไล่ความเข้ม จากน้ำตาลสู่เงามืด

เมื่อ Blend ทุกชิ้นเป็นคู่ๆกัน ก็จะได้ภาพดังนี้
เมื่อนำมาซ้อนกันก็จะได้ภาพดังนี้

เราจะวาดลายละเอียดเสริมเข้าไปก็ได้ เช่น
1. วาดเปลวไฟ มาอีก1ชิ้นลงสีขาวแบบใส แปะไว้ด้านหน้าเพื่อให้ดูเหมือนไส้เทียนอยู่ในเปลวไฟ
2. วาดเงาสะท้อน ขาวแบบใส ไล่โทน (ดูวิธีทำเหมือนทำปุ่มแก้ว)
3. วาดน้ำตาเทียน ใช้เทคนิค Blend เหมือนกัน

จากนั้นให้ใส่ฉากหลังสีดำ ก็จะได้เทียน จุดแล้วด้วยแบบไม่ยากเลย ลองดูครับ สงสัยตรงไหนถามได้
เริ่มจาก
แสงเทียน เราวาดวงรีสองอัน ซ้อนกัน อันนอกลงสีดำแบบใส50เปอร์เซนต์ อันในลงสีเหลืองแบบใส 50เปอร์เซนต์
แล้ว BLEND เข้าหากัน 20สเตป
เปลวไฟ เราใช้วิธี วาดขึ้นมาให้เหมือนลักษณะ เปลวไฟ
แล้วก๊อบอีกอัน ย่อลง ไว้ด้านใน อันใน ลงสีขาว อันนอกลงสีเหลืองเข้ม
แล้ว BLEND เข้าหากัน 20สเตป
ไส้เทียนทำแบบ เปลวไฟ ลงสีส้มด้านใน และน้ำตาลด้านนอก
แล้ว BLEND เข้าหากัน 20สเตป
ตัวเทียนชั้นที่ 1วาดสี่เหลียม แล้วทำหัวให้มน ก๊อปอีกอัน ย่อลง นิดหน่อย
อันในลงสีเหลือง อันนอกลงสีส้ม แล้ว BLEND เข้าหากัน 20สเตป
(เพื่อเป็นขอบจางๆของตัวเทียน)
ตัวเทียนชั้นที่ 2-4วิธีทำเหมือนกัน วาดแล้วก๊อปปี้อีกอันแล้วดึงโหนดย่อลงมา
ลงสีตามภาพ
ชั้นที่2 ทำหน้าที่เป็น ตัวไล่ความเข้ม จากเหลืองมาส้ม
ชั้นที่3 ทำหน้าที่เป็นตัวไล่ความเข้ม เชื่อมกันระหว่างส้มกับน้ำตาล
ชั้นที่4 ทำหน้าที่ เป็นตัวไล่ความเข้ม จากน้ำตาลสู่เงามืด
เมื่อ Blend ทุกชิ้นเป็นคู่ๆกัน ก็จะได้ภาพดังนี้
เมื่อนำมาซ้อนกันก็จะได้ภาพดังนี้
เราจะวาดลายละเอียดเสริมเข้าไปก็ได้ เช่น
1. วาดเปลวไฟ มาอีก1ชิ้นลงสีขาวแบบใส แปะไว้ด้านหน้าเพื่อให้ดูเหมือนไส้เทียนอยู่ในเปลวไฟ
2. วาดเงาสะท้อน ขาวแบบใส ไล่โทน (ดูวิธีทำเหมือนทำปุ่มแก้ว)
3. วาดน้ำตาเทียน ใช้เทคนิค Blend เหมือนกัน
จากนั้นให้ใส่ฉากหลังสีดำ ก็จะได้เทียน จุดแล้วด้วยแบบไม่ยากเลย ลองดูครับ สงสัยตรงไหนถามได้
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ใช้ CorelDRAW ออกแบบพิมพ์นามบัตร
ใช้ CorelDRAW ออกแบบพิมพ์นามบัตร
อันนี้เราลงทุนด้วยอุปกรณ์ง่ายๆอีกเช่นกัน
สิ่งที่เราจะต้องมีคือ เครื่องพิมพ์ และตัดด้วยคัทเตอร์ ถ้างานมากๆอาจซื้อเป็นแท่นตัดกระดาษ
มันจะทำให้ตัดได้เร็วและตรง
เราสามารถทำเป็นนามบัตร แบบสวยๆ ออกมาได้สบายๆ หรือจะยึดเป็นอาชีพยังได้นะ
การทำนามบัตร แบบใช้มาร์คของโปรแกรม
เริ่มต้น ให้เรา กำหนดหน้ากระดาษที่ทำงานให้มีขนาดเท่ากับนามบัตรก่อนครับ

.
.
พอทำเสร็จขั้นตอนการพิมพ์ ให้กด file- print preview
แล้วกดที่ Imposition layout tool
เพื่อกำหนด แถวและแนว
ขนาดนามบัตร พิมพ์ใส่กระดาษ A4 จะได้ สองแถว ห้าแนว
พิมพ์ตั้งตัวเลขแถวและแนว เข้าไปมันจะโชว์ให้เห็นตำแหน่งการวางเลย

.
.
จากนั้น กด Marks Placement tool
เพื่อกำหนดว่าจะให้ ทำมาร์ค ตอนพิมพ์ ด้วยหรือไม่
ปุ่มแรกนี้กดให้มี มาร์ค แนวการตัด
ปุ่มสองนี้ใช้ในการสร้าง มาร์ค สำหรับงานสกรีน
ปุ่มสามนี้ใช้พิมพ์แทบสี เพื่อใช้เช็ดดูว่า หมึกออกครบถ้วนเรียบร้อยทุกสีหรือไม่
จะกำหนดให้มีหรือไม่มีก็ได้
ถ้าทำนามบัตร ก็กดมาร์ค แนวการตัด อย่างเดียวพอ

การสร้างเส้นมาร์คด้วยตัวเอง
บางคนสงสัยว่าในเมือมีแบบโอโต้ให้ตั้ง คัทมาร์คแล้ว
ทำไมเห็นร้านนามบัตร มักสร้างมาร์คด้วยตัวเอง
ก็เกิดปัญหาแบบเดียวกับ ตัดตก ไงครับ(จุดที่ต่อกันระหว่างนามบัตร สีไม่เหมือนกัน)
เราต้องทำแบบเต็มแผ่น A4 แล้วทำเส้นมาร์คด้วยตัวเอง
ใช้ระบบแมนนวล แทน คือทำด้วยมือนั้นเอง
จากตัวอย่างในภาพที่1
กรณีที่ไม่มีสีของภาพ กินไปถึงขอบนามบัตร เราให้วิธี มาร์คออโต้ ในโปรแกรมได้เลย
แต่ถ้าเราออกแบบนามบัตรมีแถบสีชิดขอบด้านหนึ่ง แล้วอีกด้านเป็นสีขาว
เวลาตัดตรงกลาง ระหว่างนามบัตรสองใบ ถ้าตัดพลาดไปนิดกินไปด้านใดด้านหนึ่ง
ก็จะไม่สวย เช่น
นามบัตรใบด้านซ้ายติดขอบดำๆของรูปนิดหนึ่ง
หรือ นามบัตร ด้านขวาติดขอบขาวๆนิดหนึ่ง
ถ้าเราต้องการให้สวยต้องมาเล็มตัดทิ้งอีกนิดหนึ่งเสียเวลามาก
ดูตามภาพที่สอง
ให้เราเลือก นามบัตรด้านขวาทั้งแถว แล้วหมุน 180องศา
ก็จะได้ตามภาพที่สาม
เห็นไหม๊ครับ แค่นี้ง่ายๆ แล้วตรงกลาง ขอบสีขาว ก็มาชนกัน
ตัดพลาดยังไง ก็ไม่เป็นไร เพราะสีขาวทั้งคู่
ตัดปัญหาเรื่องตัดตกไปได้เลย

.
.
กรณี ปัญหาตัดตกแนวนอน
ก็ใช้วิธีหมุน 180องศา ในแนวที่สอง กับแนวที่สี่
แล้วสีเหลืองก็จะมาชนกัน ตัดพลาดยังไงก็ ก็เป็นสีเหลืองทั้งคู่อยู่ดี

.
.
ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เราเสียเวลานิดเดียว ในการหมุนก่อนพิมพ์นิดหนึ่ง
เวลาตัด จะตัดได้เร็ว ไม่ต้องมานั่ง จ้องเส้นมาร์ค จนปวดตา
แล้วงานก็ออกมาดูเรียบร้อยด้วย
อันนี้เราลงทุนด้วยอุปกรณ์ง่ายๆอีกเช่นกัน
สิ่งที่เราจะต้องมีคือ เครื่องพิมพ์ และตัดด้วยคัทเตอร์ ถ้างานมากๆอาจซื้อเป็นแท่นตัดกระดาษ
มันจะทำให้ตัดได้เร็วและตรง
เราสามารถทำเป็นนามบัตร แบบสวยๆ ออกมาได้สบายๆ หรือจะยึดเป็นอาชีพยังได้นะ
การทำนามบัตร แบบใช้มาร์คของโปรแกรม
เริ่มต้น ให้เรา กำหนดหน้ากระดาษที่ทำงานให้มีขนาดเท่ากับนามบัตรก่อนครับ
.
.
พอทำเสร็จขั้นตอนการพิมพ์ ให้กด file- print preview
แล้วกดที่ Imposition layout tool
เพื่อกำหนด แถวและแนว
ขนาดนามบัตร พิมพ์ใส่กระดาษ A4 จะได้ สองแถว ห้าแนว
พิมพ์ตั้งตัวเลขแถวและแนว เข้าไปมันจะโชว์ให้เห็นตำแหน่งการวางเลย
.
.
จากนั้น กด Marks Placement tool
เพื่อกำหนดว่าจะให้ ทำมาร์ค ตอนพิมพ์ ด้วยหรือไม่
ปุ่มแรกนี้กดให้มี มาร์ค แนวการตัด
ปุ่มสองนี้ใช้ในการสร้าง มาร์ค สำหรับงานสกรีน
ปุ่มสามนี้ใช้พิมพ์แทบสี เพื่อใช้เช็ดดูว่า หมึกออกครบถ้วนเรียบร้อยทุกสีหรือไม่
จะกำหนดให้มีหรือไม่มีก็ได้
ถ้าทำนามบัตร ก็กดมาร์ค แนวการตัด อย่างเดียวพอ
การสร้างเส้นมาร์คด้วยตัวเอง
บางคนสงสัยว่าในเมือมีแบบโอโต้ให้ตั้ง คัทมาร์คแล้ว
ทำไมเห็นร้านนามบัตร มักสร้างมาร์คด้วยตัวเอง
ก็เกิดปัญหาแบบเดียวกับ ตัดตก ไงครับ(จุดที่ต่อกันระหว่างนามบัตร สีไม่เหมือนกัน)
เราต้องทำแบบเต็มแผ่น A4 แล้วทำเส้นมาร์คด้วยตัวเอง
ใช้ระบบแมนนวล แทน คือทำด้วยมือนั้นเอง
จากตัวอย่างในภาพที่1
กรณีที่ไม่มีสีของภาพ กินไปถึงขอบนามบัตร เราให้วิธี มาร์คออโต้ ในโปรแกรมได้เลย
แต่ถ้าเราออกแบบนามบัตรมีแถบสีชิดขอบด้านหนึ่ง แล้วอีกด้านเป็นสีขาว
เวลาตัดตรงกลาง ระหว่างนามบัตรสองใบ ถ้าตัดพลาดไปนิดกินไปด้านใดด้านหนึ่ง
ก็จะไม่สวย เช่น
นามบัตรใบด้านซ้ายติดขอบดำๆของรูปนิดหนึ่ง
หรือ นามบัตร ด้านขวาติดขอบขาวๆนิดหนึ่ง
ถ้าเราต้องการให้สวยต้องมาเล็มตัดทิ้งอีกนิดหนึ่งเสียเวลามาก
ดูตามภาพที่สอง
ให้เราเลือก นามบัตรด้านขวาทั้งแถว แล้วหมุน 180องศา
ก็จะได้ตามภาพที่สาม
เห็นไหม๊ครับ แค่นี้ง่ายๆ แล้วตรงกลาง ขอบสีขาว ก็มาชนกัน
ตัดพลาดยังไง ก็ไม่เป็นไร เพราะสีขาวทั้งคู่
ตัดปัญหาเรื่องตัดตกไปได้เลย
.
.
กรณี ปัญหาตัดตกแนวนอน
ก็ใช้วิธีหมุน 180องศา ในแนวที่สอง กับแนวที่สี่
แล้วสีเหลืองก็จะมาชนกัน ตัดพลาดยังไงก็ ก็เป็นสีเหลืองทั้งคู่อยู่ดี
.
.
ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เราเสียเวลานิดเดียว ในการหมุนก่อนพิมพ์นิดหนึ่ง
เวลาตัด จะตัดได้เร็ว ไม่ต้องมานั่ง จ้องเส้นมาร์ค จนปวดตา
แล้วงานก็ออกมาดูเรียบร้อยด้วย
ทำป้ายสติกเกอร์แบบตัดด้วยมือโดยใช้ CorelDRAW ออกแบบลาย ตัด
ทำป้ายสติกเกอร์แบบตัดด้วยมือโดยใช้ CorelDRAW ออกแบบลาย ตัด
เราลงทุนด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ
และตัดด้วยคัทเตอร์
ก็สามารถทำเป็นป้าย สติกเกอร์ มาใช้เอง หรือว่ารับจ้างทำป้ายต่างๆได้ด้วย
ถ้าเกิดอนาคตมีงานเยอะๆ จนตัดด้วยมือไม่ทัน ค่อยลงทุนซื้อเครื่องตัดสติกเกอร์ มาใช้ ก็ยังไม่สาย
คือคุณควรจะ แน่ใจก่อนว่า เราลงทุนไปแล้วสามารถคืนทุนและมีกำไรได้ แล้วค่อยลงทุน
ยกเว้นบ้านรวยจะซื้อเครื่องตัดสติกเกอร์มาตั้งเล่นๆ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน
ส่วนใครยังไม่รวย ตอนนี้ฝึกทำเองไปก่อน
แบบนี้ประหยัดดี
อุปกรณ์ ก็มีแค่ สติกเกอร์PVC -คัดเตอร์ - กาวยางน้ำ -กระดาษA4 -แล้วก็ตัวป้าย(อันนี้ผมเอาเศษไม้ลังมาทำ)
เริ่มต้น เราจะวัด ป้ายไม้ของเราก่อน ได้ขนาด 19cm x36 cm
เราก็มาวาดรูปสี่เหลี่ยม บน โปรแกรม CorelDRAW
กดให้สี่เหลี่ยมมีขนาด 190mm x 360mm (อย่าลืมปลดล๊อครูปกุญแจด้วยน่ะครับเพื่อให้ กว้างยาวขยายได้อิสระ)

จากนั้นออกแบบตัวหนังสือ ในกรอบสี่เหลี่ยม วางส่วนประกอบต่างๆ ให้พอดีกับป้าย
เสร็จแล้ว เราจะกดให้มีแต่เส้น outline โดยคลิ๊กขวาสีดำทุกชิ้นงาน แล้วกำหนดให้ไม่มี fill
เพื่อจะได้แต่ลายเส้น ดูแล้วสามารถตัดตามได้ง่าย
แล้วสั่งพิมพ์ โดยใช้คำสั่ง print preview
คุณจะเห็นว่ามีชิ้นงานปรากฎอยู่แค่ครึ่งเดียว ไม่ต้องสนใจกดสั่งพิมพ์ไปก่อนเลย

พิมพ์ชิ้นแรกไปแล้ว ก็คลิ๊กที่งานค้างไว้ แล้วยกเลือนไปด้านขวามือ เพื่อให้เห็นอีกส่วน แล้วสั่งพิมพ์
(หรือจะกำหนดตัวเลขการเคลื่อนที่ก็ได้)

เราก็จะได้ ชิ้นงานมาต่อกัน (กระดาษA4 สองแผ่น)
งานพิมพ์ที่พิมพ์ออกมา มีขนาดพอดีกับป้าย
มีเทคนิคการต่อกระดาษมาฝากครับ
เราจะเอากระดาษสองชิ้นมาประกบกัน โดยส่องดู กับหลอดไฟ ให้ตัวหนังสือซ้อนกันพอดี
แล้วติดกระดาษกาวไว้

ขั้นตอนต่อไป เราจะใช้คัดเตอร์ตัด(ในส่วนที่ซ้อนกัน) ให้ทะลุไปสองแผ่นเลย
โดยการตัด จะหลีกเลี่ยงตัวหนังสือ แล้วให้มีหยัก แบบฟันปลาด้วย

แล้วเอาชิ้นกระดาษส่วนเกินออก จากนั้น เอามาประกบกัน จะเห็นว่าประกบกันพอดีได้ง่ายๆ
เพราะว่าเราทำหยักฟันปลาเอาไว้

ติดกาวกระดาษกาวให้เป็นชิ้นเดียวกัน อย่าทับตัวหนังสือน่ะครับ
เท่านี้เราก็จะได้แบบแผ่นตัด พอดีกับป้าย
[b]ต่อไปขั้นตอนการตัดสติกเกอร์[/b]
เราจะตัดสติกเกอร์ให้มีขนาด พอดีกับชิ้นงาน
แล้วนำกาวยางน้ำ มาเท บนสติกเกอร์ แล้วใช้แผ่นพสาสติกปาดกาวบางๆ ไปให้ทั่วแผ่น (ใช้ไม้โปรฯก็ได้)
แล้วเอาแบบที่เราทำไว้ ปะทับบนสติกเกอร์ เอาแผ่นพลาสติกปาดบนแบบอีกที่เพื่อให้
แบบแนบสนิทกับสติกเกอร์ เวลาตัดจะได้ง่าย

(คุณสมบัติของกาวยางน้ำ คือสามารถแกะออกได้ โดยไม่ทิ้งรอย
เศษๆกาวที่แห้งแล้วก็สามารถให้มือถูออกได้ง่ายๆ
สามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป
หรือจะผสมใช้เอง ก็ได้โดยใช้แผ่นยางพารา แช่ในน้ำมันเบนซิน)
แล้วเราจะใช้คัดเตอร์ตัด ตามรอยเส้น ให้ทะลุไปถึงเนื้อสติกเกอร์
จะตัดตามได้ง่ายๆเลยเพราะว่าเป็นเส้นเล็กๆ เห็นชัดๆ

ค่อยๆ ตัดตามเส้น ไป ชิ้นไหนที่ไม่ใช้ก็แกะทิ้งออกไปเลย

ตัดจนครบหมดทุกเส้นแล้วก็ลอกเอาส่วนที่ไม่ต้องการออก ทิ้งไป

แล้วลอกกระดาษแผ่นแบบ เอาออก ให้หมด (จะดึงออกง่ายๆครับ เพราะว่าติดด้วยกาวยางน้ำ)

เท่านี้เราก็จะได้ สติกเกอร์ตัวหนังสือตามที่เราออกแบบแล้ว

ผมใช้กระดาษกาวแบบพิเศษ (สามารถลอกออกได้ สำหรับติดสติกเกอร์โดยเฉพาะ
เทปนี้แพงมาก ม้วนล่ะ400กว่าบาท แต่ติดได้หลายครั้ง จนกว่ามันจะสกปรกจนไม่เกาะ
ในรูปจะเห็นว่าสกปรกมาก แบบผมใช้มาหลายครั้งแล้ว ติดงกนิดหน่อย)
มือใหม่แนะนำให้ใช้ เทปกาวย่น แบบที่เค้าใช้แปะพ่นสี ม้วนล่ะไม่กี่ตังครับ
เราใช้แปะหน้าชิ้นงานเพื่อดึงออกมา

มันจะช่วยให้เราลอกสติกเกอร์ยกออกมา โดยตำแหน่งตัวอักษรจะไม่เคลื่อนที่จากเดิม

จากนั้นเอามาแปะบน ป้ายไม้ ปาดกดติดให้แน่นโดยเฉพาะช่วง สติกเกอร์สีแดงให้แนบสนิทมากๆ
แล้วลอกเอาเทปกระดาษกาวออก

เรียบร้อย เห็นไหม๊ครับ
เราก็ได้ป้ายสวยๆไว้ใช้งานแล้ว ผมคิดว่าไม่ยากนะครับ ถึงเป็นมือใหม่ก็ทำกันได้
ไม่ต้องง้อให้ใครทำ ทำเอง-ใช้เอง ยังสามารถ ยึดเป็นอาชีพหารายได้พิเศษได้อีกด้วย
ใช้ CorelDRAW ออกแบบลายเส้น แบบไหนก็ได้ หรือว่าจะออกแบบเป็นสวยๆติดกระจก ติดผนัง
ยังไงหัดCorelDRAWไว้ ก็ไม่เสียหายครับ

มีเทคนิคเสริมอีกนิดครับ ตัววงกลมของหัวตัวหนังสือนี้ จะตัด ให้ดูกลมยากมาก
ผมใช้ที่เจาะรูกระดาษ เจาะสติกเกอร์ให้กลมๆ แล้วแปะเป็นหัวตัวหนังสือดูกลมดีน่ะครับ
เราลงทุนด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ
และตัดด้วยคัทเตอร์
ก็สามารถทำเป็นป้าย สติกเกอร์ มาใช้เอง หรือว่ารับจ้างทำป้ายต่างๆได้ด้วย
ถ้าเกิดอนาคตมีงานเยอะๆ จนตัดด้วยมือไม่ทัน ค่อยลงทุนซื้อเครื่องตัดสติกเกอร์ มาใช้ ก็ยังไม่สาย
คือคุณควรจะ แน่ใจก่อนว่า เราลงทุนไปแล้วสามารถคืนทุนและมีกำไรได้ แล้วค่อยลงทุน
ยกเว้นบ้านรวยจะซื้อเครื่องตัดสติกเกอร์มาตั้งเล่นๆ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน
ส่วนใครยังไม่รวย ตอนนี้ฝึกทำเองไปก่อน
แบบนี้ประหยัดดี
อุปกรณ์ ก็มีแค่ สติกเกอร์PVC -คัดเตอร์ - กาวยางน้ำ -กระดาษA4 -แล้วก็ตัวป้าย(อันนี้ผมเอาเศษไม้ลังมาทำ)
เริ่มต้น เราจะวัด ป้ายไม้ของเราก่อน ได้ขนาด 19cm x36 cm
เราก็มาวาดรูปสี่เหลี่ยม บน โปรแกรม CorelDRAW
กดให้สี่เหลี่ยมมีขนาด 190mm x 360mm (อย่าลืมปลดล๊อครูปกุญแจด้วยน่ะครับเพื่อให้ กว้างยาวขยายได้อิสระ)
จากนั้นออกแบบตัวหนังสือ ในกรอบสี่เหลี่ยม วางส่วนประกอบต่างๆ ให้พอดีกับป้าย
เสร็จแล้ว เราจะกดให้มีแต่เส้น outline โดยคลิ๊กขวาสีดำทุกชิ้นงาน แล้วกำหนดให้ไม่มี fill
เพื่อจะได้แต่ลายเส้น ดูแล้วสามารถตัดตามได้ง่าย
แล้วสั่งพิมพ์ โดยใช้คำสั่ง print preview
คุณจะเห็นว่ามีชิ้นงานปรากฎอยู่แค่ครึ่งเดียว ไม่ต้องสนใจกดสั่งพิมพ์ไปก่อนเลย
พิมพ์ชิ้นแรกไปแล้ว ก็คลิ๊กที่งานค้างไว้ แล้วยกเลือนไปด้านขวามือ เพื่อให้เห็นอีกส่วน แล้วสั่งพิมพ์
(หรือจะกำหนดตัวเลขการเคลื่อนที่ก็ได้)
เราก็จะได้ ชิ้นงานมาต่อกัน (กระดาษA4 สองแผ่น)
งานพิมพ์ที่พิมพ์ออกมา มีขนาดพอดีกับป้าย
มีเทคนิคการต่อกระดาษมาฝากครับ
เราจะเอากระดาษสองชิ้นมาประกบกัน โดยส่องดู กับหลอดไฟ ให้ตัวหนังสือซ้อนกันพอดี
แล้วติดกระดาษกาวไว้
ขั้นตอนต่อไป เราจะใช้คัดเตอร์ตัด(ในส่วนที่ซ้อนกัน) ให้ทะลุไปสองแผ่นเลย
โดยการตัด จะหลีกเลี่ยงตัวหนังสือ แล้วให้มีหยัก แบบฟันปลาด้วย
แล้วเอาชิ้นกระดาษส่วนเกินออก จากนั้น เอามาประกบกัน จะเห็นว่าประกบกันพอดีได้ง่ายๆ
เพราะว่าเราทำหยักฟันปลาเอาไว้
ติดกาวกระดาษกาวให้เป็นชิ้นเดียวกัน อย่าทับตัวหนังสือน่ะครับ
เท่านี้เราก็จะได้แบบแผ่นตัด พอดีกับป้าย
[b]ต่อไปขั้นตอนการตัดสติกเกอร์[/b]
เราจะตัดสติกเกอร์ให้มีขนาด พอดีกับชิ้นงาน
แล้วนำกาวยางน้ำ มาเท บนสติกเกอร์ แล้วใช้แผ่นพสาสติกปาดกาวบางๆ ไปให้ทั่วแผ่น (ใช้ไม้โปรฯก็ได้)
แล้วเอาแบบที่เราทำไว้ ปะทับบนสติกเกอร์ เอาแผ่นพลาสติกปาดบนแบบอีกที่เพื่อให้
แบบแนบสนิทกับสติกเกอร์ เวลาตัดจะได้ง่าย
(คุณสมบัติของกาวยางน้ำ คือสามารถแกะออกได้ โดยไม่ทิ้งรอย
เศษๆกาวที่แห้งแล้วก็สามารถให้มือถูออกได้ง่ายๆ
สามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป
หรือจะผสมใช้เอง ก็ได้โดยใช้แผ่นยางพารา แช่ในน้ำมันเบนซิน)
แล้วเราจะใช้คัดเตอร์ตัด ตามรอยเส้น ให้ทะลุไปถึงเนื้อสติกเกอร์
จะตัดตามได้ง่ายๆเลยเพราะว่าเป็นเส้นเล็กๆ เห็นชัดๆ
ค่อยๆ ตัดตามเส้น ไป ชิ้นไหนที่ไม่ใช้ก็แกะทิ้งออกไปเลย
ตัดจนครบหมดทุกเส้นแล้วก็ลอกเอาส่วนที่ไม่ต้องการออก ทิ้งไป
แล้วลอกกระดาษแผ่นแบบ เอาออก ให้หมด (จะดึงออกง่ายๆครับ เพราะว่าติดด้วยกาวยางน้ำ)
เท่านี้เราก็จะได้ สติกเกอร์ตัวหนังสือตามที่เราออกแบบแล้ว
ผมใช้กระดาษกาวแบบพิเศษ (สามารถลอกออกได้ สำหรับติดสติกเกอร์โดยเฉพาะ
เทปนี้แพงมาก ม้วนล่ะ400กว่าบาท แต่ติดได้หลายครั้ง จนกว่ามันจะสกปรกจนไม่เกาะ
ในรูปจะเห็นว่าสกปรกมาก แบบผมใช้มาหลายครั้งแล้ว ติดงกนิดหน่อย)
มือใหม่แนะนำให้ใช้ เทปกาวย่น แบบที่เค้าใช้แปะพ่นสี ม้วนล่ะไม่กี่ตังครับ
เราใช้แปะหน้าชิ้นงานเพื่อดึงออกมา
มันจะช่วยให้เราลอกสติกเกอร์ยกออกมา โดยตำแหน่งตัวอักษรจะไม่เคลื่อนที่จากเดิม
จากนั้นเอามาแปะบน ป้ายไม้ ปาดกดติดให้แน่นโดยเฉพาะช่วง สติกเกอร์สีแดงให้แนบสนิทมากๆ
แล้วลอกเอาเทปกระดาษกาวออก
เรียบร้อย เห็นไหม๊ครับ
เราก็ได้ป้ายสวยๆไว้ใช้งานแล้ว ผมคิดว่าไม่ยากนะครับ ถึงเป็นมือใหม่ก็ทำกันได้
ไม่ต้องง้อให้ใครทำ ทำเอง-ใช้เอง ยังสามารถ ยึดเป็นอาชีพหารายได้พิเศษได้อีกด้วย
ใช้ CorelDRAW ออกแบบลายเส้น แบบไหนก็ได้ หรือว่าจะออกแบบเป็นสวยๆติดกระจก ติดผนัง
ยังไงหัดCorelDRAWไว้ ก็ไม่เสียหายครับ
มีเทคนิคเสริมอีกนิดครับ ตัววงกลมของหัวตัวหนังสือนี้ จะตัด ให้ดูกลมยากมาก
ผมใช้ที่เจาะรูกระดาษ เจาะสติกเกอร์ให้กลมๆ แล้วแปะเป็นหัวตัวหนังสือดูกลมดีน่ะครับ
ทำภาพ จิ๊กซอ ด้วย CorelDRAW
เรามาลองทำภาพ จิ๊กซอ ด้วย CorelDRAW กันน่ะครับ
มีคนทำเป็น โปรแกรม ตัดภาพแบบ จิ๊กซอ ออกขายด้วยน่ะครับ
แต่ว่าเราใช้ CorelDRAW ทำเองได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มสร้างเลย
เที่ยวนี้อธิบายละเอียดเลย สำหรับคนที่ หัดเริ่มใช้งานCorelDRAWด้วย
เพราะว่าใช้ เครื่องมือ หลายอย่าง เทคนิคหลายอย่างประกอบกัน
สำหรับคนเป็นแล้ว ผมว่า ดูรูปอย่างเดียวก็คงทำได้เลย ไม่ต้องอ่านด้วยซ้ำ
เริ่มแรกเราจะใช้ freehand tool วาดเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้น
(คลิ๊กที่หัวเส้นครั้ง คลิ๊กที่ปลายเส้นครั้ง ก็จะได้เส้นตรงมา1เส้น)
จากนั้นให้ใช้เครื่องมือ Shape ลากเส้นคลุมเส้นทั้งหมด ก็จะเป็นการจับทั้งสองโหนดนั้นเอง
พอจับโหนดสองโหนดพร้อมกันไว้แล้ว
ให้ดูที่ Propreties bar จะมีปุ่มเครื่องหมาย +
ให้กดที่ปุ่มนั้น 3ครั้ง เราจะได้ เส้นซึ่งมีโหนดเพิ่มมาตรงกลางโดยระยะห่างแต่ล่ะโหนดจะเท่าๆกัน
จากนั้นกดต่อเนื่องเลยครับ
กดให้เป็น Curve กดปุ่มที่ชี้หมายเลข1
ตามด้วย ปุ่มMake Node Symmetrical ชี้หมายเลข2
ตอนนี้คุณสมบัติของเส้นจะเป็นแบบเส้นโค้ง ความสัมพันธ์ของโหนดจะเป็น เกี่ยวข้องแขนเท่า
ต่อเนื่องเลย เราจะดัดโหนด เว้นโหนด ไม่ต้องปรับทุกโหนดหรอก เดี๋ยวเละ
โดยจับที่แขนของโหนด ดัดให้โค้งตามภาพ (นึกถึงโค้งๆของขอบตัวจิ๊กซอ)
พอดัดเสร็จ ใช้เครื่องมือ Pick tool ลากลงแล้วCopy มาอีก1เส้น
(กด Ctrlค้างไว้ และ จับเส้นค้างไว้แล้วลากลง มันจะรักษาแนวไว้
กรณีกด Ctrl รวมกับการดึง ก่อนปล่อยเมาท์ให้คลิ๊กขวาเสริมเข้าไปเลย จะเป็นการ Copy ขึ้นมาอีกเส้น)
แล้วจับเลือกทั้งสองเส้นเอาไว้แล้วกด Combine
(เพื่อให้สองเส้นกลายเป็นชิ้นเดียวกัน)
ใช้เครื่องมือ Shape เลือกโหนดไว้แล้วเชื่อมโหนด คู่หัว และ คู่ท้าย
โดยใช้ปุ่ม Extend Curve to Close จะเป็นการเชื่อมโหนด ปิดพาท ให้เรียบร้อย
ต่อไปสร้างหัวจิ๊กซอ
1. วาดวงกลม และสี่เหลี่ยมคางหมู
2. เชื่อมติดกันด้วยคำสั่ง weld
3. จับคู่โหนดที่คอ มัน (ที่ชี้) แล้วกด Make Node Smooth
แตะที่เส้นฐานสองข้าง เปลี่ยนเป็น เส้นโค้ง แล้วดัดลงเล็กน้อยตามภาพ
ดึงโหนดปลายฐานแยกออกไปหน่อยให้กว้างขึ้นนิดหน่อย ดูให้เหมาะ
จากนั้นให้เอาหัวจิ๊กซอมาวางไว้ บริเวณ ตรงกลางระหว่างโหนด บริเวณเส้น
ต่อไปให้เราดึงเส้น ไกด์มา ประกบ โหนดไว้ตามภาพ จะใช้วัดแนว
แล้ววาดสี่เหลี่ยม ให้เส้นตรงกับ ไกค์ลาย แล้วดูที่ Properties ความกว้างของสี่เหลี่ยม
แล้วจดไว้ (เราจะใช้เป็น ระยะห่างของหัวจุกจิ๊กซอ) วัดเสร็จแล้วจดค่าไว้ ลบสี่เหลี่ยมทิ้งไป
ใช้ pick tool จับหัวจุกไว้ แล้วเปิดกรอบ Arrange - Transformations
เมื่อกรอบ ขึ้นมา ให้ตั้งค่าที่ H 22.224 ตามค่าความห่างของจิ้กซอแต่ล่ะตัวที่เราวัดมาตะกี้
แล้วกด Apply To Duplicate 7 ครั้ง
เราจะได้ หัวจุกมา อีก7หัว วางตรงตำแหน่งกึ่งกลางตัวจิ๊กซอพอดี
ก๊อปมาอีก1ชุด โดยจับแล้วลากลง มาแล้วก๊อบตามวิธี ก๊อบเส้น
วางไว้โค้งอันล่าง
จากนั้นเราจับเลือนหัวจุกขึ้นลง ประกบกับเส้น ให้ดูฐานว่าติดที่เส้นแต่ไม่เกินออกไป นอกเส้นน่ะ
แล้วบางตัวก็ กด ปุ่มกลับหัวบ้าง สลับกันไป (เพราะว่าของจริง จิ๊กซอมันเป็นแบบนั้น)
แต่เลือนแค่ขึ้นลงน่ะครับ
อย่า เลือนซ้ายขวา เดียวหัวจุก มันจะเรียงแถวไม่สวย
หัวจุกที่หันหน้าออก เราจะใช้คำสั่ง Weld เชื่อมให้เป็นชิ้นเดียวกัน (กดเลือกหัวจุกนั้นกับตัว เชื่อมกัน)
ส่วนหัวที่หันเข้า เราจะใช้คำสั่ง Trim เพื่อตัดออกไป
ตอนแรกเราเชื่อมติดกันเพื่อสามารถสร้างหัวจุกหยักไปหยักมา ด้วยคำสั่ง Weld และ Trim
แต่ตอนนี้เราต้องแยกเส้นออกจากกัน
ให้เลือกโหนดคู่หัวและท้าย ตัดแยกออกจากกัน ด้วยคำสั่ง Break Curve
พอตัดโหนดที่เชื่อมกันอยู่แยกออกจากกันแล้ว (มองไม่ออกหรอก แต่ว่ามันแยกกันแล้ว) ใช้ pick tool จับที่เส้น
ตามด้วยการ คลิ๊กขวา แล้วเลือก Break Apart เพื่อแยกเป็นชิ้นๆ
แล้วก็ลบ เส้นเชื่อมเดิมทิ้งไป
คงเหลือไว้แต่เส้น ที่ต้องการ
เราจะทำการก๊อบเส้นขึ้นมาอีก โดยใช้ตัวเลขเดิม แต่ครั้งนี้ให้ใส่ตรงค่า V
ใส่ - ไว้ข้างหน้าตัวเลข เพื่อให้ก๊อบเลือนลงข้างล่าง กด Apply To Duplicate 7 ครั้ง
เราก็จะได้ชุดของเส้นเรียงตัวกันแบบนี้
ให้กลับ กระจก บางเส้น จะได้ดูไม่ซ้ำกัน ที่สำคัญต้องรักษาแนวเอาไว้ครับ
แล้วเราใช้เครื่องมือ pick จับคลุมเลือกเส้นทั้งหมดไว้ แล้วกด + ที่คีย์บอร์ด
จะเป็นการก๊อบมาอีก1ชุด มันจะซ้อนกันอยู่กับตัวเดิม เราก็จับหมุน 90 องศา
(ดูที่ Properties bar มีให้ตั้งค่า องศาการหมุน)
ต่อไปให้เราวาดรูปสี่เหลี่ยมมาคลุมไว้
โดยให้ปลายของเส้นหยักนั้นเกินล้นออกไปนอกสี่เหลี่ยมที่วาดขึ้น นิดหนึ่ง
เลือนที่สี่เหลี่ยมน่ะครับ
อย่าไปเลือนที่เส้นหยัก เราต้องรักษาแนวเส้นหยักเอาไว้
ใช้เครื่องมือ Smart fill tool กดลงที่ช่อง จิ๊กชอ แบบหยอดขนมครกเลย
ที่ละช่องจนครบ (เครื่องมือนี้จะสร้าง รูปทรงใหม่ขึ้นมา เป็นทรงเดียวกับ ในช่องว่างรูปนั้นๆ)
พอได้จิ๊กชอสมบูรณ์แล้ว เราก็ลบเส้นหยัก ต้นแบบ ทิ้งไปและกรอบสี่เหลี่ยมเมื่อกี้ด้วย
คงเหลือไว้แต่ รูปทรงจิ๊กซอ
เห็นไหม๊ครับ ตอนนี้เราได้แบบ จิ๊กซอ เป็นตัวๆ ซึ่งเรียงกันเรียบร้อย
ถึงตอนนี้ให้เซฟเก็บไว้ก่อนครับ
ทรงจิ๊กซอ fileนี้ เราเก็บไว้ ครั้งหน้าต้องการทำรูปจิ๊กซอรูปอื่น เราก็import มาใช้ได้เลย
ขั้นตอนต่อไปใส่รูปครับ
ให้เรา เลือกชิ้นจิ๊กซอทั้งหมด แล้วทำการกรุ๊ฟให้เป็นกลุ่มเดียวกัน
แล้วกด file-import เลือกรูปที่ต้องการทำ
เมื่อได้รูปมาแล้วนำไปไว้ข้างหลังจิ๊กซอ ปรับขนาดให้พอดีกับตัวจิ๊กซอตามต้องการ
ขั้นตอนต่อไปเราจะใส่รูปเข้าไปใน จิ๊กซอ ด้วยคำสั่ง
Place Inside Container
(Effects-PowerClip-Place Inside Container)
สิ้นสุดการเลือกคำสั่งจะมีลูกศรสีดำขึ้นมา ให้เราไปคลิ๊กที่ กรอบ จิ๊กซอ
รูปก็จะเข้าไปอยู่ใน จิ๊กซอทันที
[b]หมายเหตุ [/b]ก่อนการทำ Place Inside Container
เราต้องตั้งค่าก่อน โดยกดที่เมนูบาร์น่ะครับ
Tool-Options
Workspace - Edit
แล้วเอาเครื่องหมายถูกหน้า Auto-center New PowerCilp contents เอาออกครับ
เรียบร้อยครับ เมือกด ungroup เราก็สามารถดึงออกเป็นชิ้นๆได้เลย
เหมือนจิ๊กซอจริงๆเลยครับ ดึงออกมาแล้วเล่นประกอบได้เลย
เนื่องจากมันแยกกันอิสระ เราก็สามารถใส่สีขอบใส่เงา หรือใส่ Effects ได้ตามใจชอบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


